หน้าหลัก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
ถาม-ตอบ
สัมนาที่กำลังจะจัดขึ้น
ข่าวสาร
รู้จักนักเรียนของเรา
สอบถามข้อมูล
ติดต่อเรา
เปิดทำการ

วันจันทร์ - วันศุกร์
เวลา 10:00 - 18:00 น.
โทร: (02) 652-0718-20
แฟ็กซ์: (02) 652-0721
You are Visitor Number:


Start on February 7, 2007
View Stats

การไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่หลายคนเข้าใจนัก แต่ก็มักจะพบกับปัญหาและข้อข้องใจอยู่ตลอดเวลา และดูเหมือนปัญหาของแต่ละคนต่างก็จะแตกต่างกันออกไป โดยกว้าง ๆ แล้วคำถามที่พบบ่อยมีดังนี้

 1. สาขาวิชาที่นักศึกษาไทยนิยมไปเรียนได้แก่อะไรบ้าง?
 2. ระหว่างเรียนภาษาอังกฤษในเมืองไทยกับเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศอย่างไหนดีกว่ากัน?
 3. จะสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้อย่างไร และเริ่มหลักสูตรเมื่อไร? จำเป็นต้องมีผลภาษาอังกฤษ IELTS/TOEFL เพื่อสมัครไหม?
 4. หลักฐานที่ใช้สำหรับสมัครเรียน
 5. ถ้ามีผลภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด จะสมัครเรียนได้หรือไม่?
 6. ต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ถึงจะเรียนต่อได้?
 7. ถ้าไม่มีประสบการณ์การทำงาน แต่ต้องการเรียนบริหารธุรกิจ จะเป็นไปได้หรือไม่?
 8. ผลคะแนนสอบ IELTS TOEFL จะมีผลใช้ได้นานเท่าไหร่?
 9. หลักสูตรที่เรียนแบบ Coureswork และหลักสูตรที่เรียนแบบ Research แตกต่างกันอย่างไร?
10. ที่อยู่แบบไหนเวลาไปเรียนต่อต่างประเทศ?

1. สาขาวิชาที่นักศึกษาไทยนิยมไปเรียนได้แก่อะไรบ้าง?
  1. บริหารธุรกิจ, การโรงแรมและการท่องเที่ยว
  2. เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์
  3. วิศวกรรม - ด้านรถยนต์ ไฟฟ้า การจัดการ โรงงานและอุตสาหกรรม
  4. การสื่อสาร – โฆษณา สื่อสารมวลชน ทีวี
  5. ศิลปะ แฟชั่นและการออกแบบ – ตกแต่งภายใน ออกแบบบ้าน ออกแบบเสื้อผ้าและเนื้อผ้า ออกแบบผลิตภัณฑ์
2. ระหว่างเรียนภาษาอังกฤษในเมืองไทยกับเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศอย่างไหนดีกว่ากัน?

การที่ไปเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศ นักเรียนมีโอกาสฝึกทักษะภาษาอังกฤษได้มากกว่าอยู่ในเมืองไทย และพัฒนาได้เร็วกว่ามาก เนื่องจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอยู่ตลอดเวลา เช่น ดูโทรทัศน์ พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ แต่อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า ถ้านักเรียนต้องการประหยัดเงิน นักเรียนอาจจะเตรียมภาษาอังกฤษจากเมืองไทยบ้าง พยายามสอบภาษาอังกฤษให้ผ่านตามเกณฑ์ที่สถาบันการศึกษากำหนดไว้ ก็จะได้เข้าเรียนหลักสูตรที่ตั้งใจไว้ได้เลยโดยไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศก่อน

3. จะสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้อย่างไร และเริ่มหลักสูตรเมื่อไร? จำเป็นต้องมีผลภาษาอังกฤษ IELTS/TOEFL เพื่อสมัครไหม?

การสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาตรีและโท สามารถทำการสมัครได้ที่แฮมมิลตัน โดยต้องยื่นใบสมัครของแต่ละสถาบันที่กรอกสมบูรณ์ (บางสถาบันมีค่าธรรมเนียมสมัครเรียนด้วย) พร้อมหลักฐานการศึกษาตัวจริง (Transcripts) ผลภาษาอังกฤษ IELTS หรือ TOEFL หรือบางสาขาวิชาต้องการประสบการณ์การทำงานด้วย เช่น MBA รวมทั้งจดหมายรับรองจากที่ทำงานและจากอาจารย์ หลักสูตร MBA ในอเมริกาบางสถาบันต้องการผล GMATด้วย

หากสมัครเรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษ ขอแค่สำเนาพาสปอร์ตและใบสมัครของสถาบันก็สมัครได้เลย

การศึกษาในมหาวิทยาลัย/วิทยาลัย ของแต่ละประเทศเริ่มไม่พร้อมกัน

  • อังกฤษ – ประมาณเดือนกันยายน และมกราคม/กุมภาพันธ์ในบางที่
  • อเมริกา - ประมาณเดือนกันยายน บางแห่งเปิดรับช่วงมีนาคม มิถุนายน และธันวาคมด้วย
  • ออสเตรเลีย - ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์และเดือนกรกฎาคม หรือบางที่เปิดปลายปีช่วง พฤศจิกายน/ธันวาคม
  • นิวซีแลนด์ – ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์และเดือนกรกฎาคม

หากเป็นสถาบันสอนภาษา จะเปิดเรียนตลอดทั้งปี สามารถเลือกได้ว่าจะเรียนช่วงไหนได้ตลอด

นักศึกษาควรยื่นเรื่องประมาณ 2-3 เดือนล่วงหน้า เพื่อเผื่อเวลาไว้สำหรับขั้นตอนต่างๆรวมทั้งการขอยื่นวีซ่าซึ่งต้องใช้เวลาถึง 3-20 วันทำการ

4. หลักฐานที่ใช้สำหรับสมัครเรียน
  1. ใบสมัครของสถาบัน
  2. ใบแสดงผลการเรียน (Transcripts) และจดหมายรับรองการจบหรือใบปริญญาบัตร
  3. ผลคะแนนภาษาอังกฤษ IELTS หรือ TOEFL (บางสถาบันไม่ต้อง)
  4. ผลคะแนน GMAT สำหรับโปรแกรม MBA และบริหารธุรกิจที่ประเทศอเมริกา (บางสถาบันไม่ต้อง)
  5. จดหมายแนะนำจากอาจารย์ที่สถาบัน อย่างน้อย 2 ฉบับ
  6. จดหมายรับรองการทำงาน (ถ้ามี/หลักสูตรบังคับเพื่อใช้สมัคร)
  7. ค่าธรรมเนียมการสมัคร (บางสถาบันก็ไม่เรียกเก็บ)
  8. จดหมายแนะนำตัว Statement of Purpose
  9. ประวัติส่วนตัว Resume
  10. สำเนาพาสปอร์ต

โปรดสอบถามเพิ่มเติมเพื่อเอกสารจะได้ครบถ้วนพร้อมดำเนินการ

5. ถ้ามีผลภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด จะสมัครเรียนได้หรือไม่?

ได้แน่นอน สถาบันส่วนใหญ่จะตอบรับแบบมีเงื่อนไข คือ สถาบันรับเข้าเป็นนักศึกษาโดยมีเงื่อนไขนักศึกษาจะต้องสอบภาษาอังกฤษให้ผ่านเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด หรืออาจจะให้ไปเรียนภาษาอังกฤษก่อนประมาณ 10-20 สัปดาห์ แล้วเข้าได้เลยหรือสอบวัดผลอีกครั้ง ถ้าสอบผ่านก็สามารถเข้าศึกษาต่อได้เลย

6. ต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ถึงจะเรียนต่อได้?

ประกาศนียบัตร/อนุปริญญา - IELTS 5.0–5.5
ปริญญาตรี – IELTS 5.0–6.0, TOEFL 210 (com-based)
ปริญญาโท – IELTS 6.0–7.0, TOEFL 213 (com-based)

7. ถ้าไม่มีประสบการณ์การทำงาน แต่ต้องการเรียนบริหารธุรกิจ จะเป็นไปได้หรือไม่?

เป็นไปได้ เพราะหลักสูตรบริหารธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ขอประสบการณ์ เช่น Master of Commerce / International Business / Marketing / Hospitality and Tourism / Management แต่ถ้าเป็น MBA จะขอประสบการณ์ทำงาน แต่ก็มีบางสถาบันมีหลักสูตร MBA สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานด้วย

8. ผลคะแนนสอบ IELTS TOEFL จะมีผลใช้ได้นานเท่าไหร่?

ผลคะแนนใช้ได้นาน 2 ปี

9. หลักสูตรที่เรียนแบบ Coureswork และหลักสูตรที่เรียนแบบ Research แตกต่างกันอย่างไร?

หลักสูตรที่เรียนแบบ Coureswork เป็นหลักสูตรที่มีอาจารย์บรรยายในชั้นเรียน มีเก็บคะแนน การสัมมนา ทำรายงาน และการสอบปลายภาค แต่หลักสูตรที่เรียนแบบ Research จะเป็นหลักสูตร ที่ทำการวิจัยค้นคว้าอย่างเดียว ไม่มีการเข้าชั้นเรียนแต่จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำในการทำวิจัย หลักสูตรแบบ Research จะยากกว่า Coursework ผู้เรียนจะต้องเคยทำวิจัยมาก่อน ถ้าไม่เคยทำวิจัยมาก่อนก็จะต้องลงเรียนวิชาการทำวิจัยพื้นฐานภาษาอังกฤษควรจะดี เพราะต้องเขียนรายงานการวิจัยมาก

10. ที่อยู่แบบไหนเวลาไปเรียนต่อต่างประเทศ?

เวลาเราไปเรียนต่างประเทศจะมีที่พักหลายแบบให้เลือกได้ดังนี้

  1. Homestay พักกับครอบครับชาวต่างชาติ ข้อดีคือนักเรียนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศนั้นโดยตรงและเรียนรู้วิธีการปรับตัวเข้ากับชนชาติของเค้า และที่สำคัญได้ใช้ภาษาอังกฤษได้เต็มที่ สามารถเลือกพักแบบรายสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ ระยะสั้นหรือยาวก็ได้ แต่อาจจะต้องมีการเดินทางเพราะครอบครัวจะอยู่นอกเขตใจกลางเมือง
  2. University/Institution Residence คือ หอพักของสถาบันที่เราไปเรียน มีหลายแบบไม่ว่าจะอยู่รวมชาย-หญิง หรือแบบแยกชาย-หญิง ข้อดีคือตั้งอยู่ภายในหรือรอบๆสถาบันซึ่งสะดวกในการเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเรียนมาก การอยู่จะอยู่เป็นเทอมๆของสถาบัน
  3. Off-Campus ซึ่งมีหลายประเภท เช่น Apartment, Shared-house ที่อยู่ประเภทนี้เป็นแบบหาเอง ขึ้นอยู่กับความพอใจของนักเรียนและระดับราคาที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะต่ำกว่าแบบ Homestay และ University/Institution Residence ควรตรวจสอบให้แน่ชัดเรื่องสัญญาเช่าและเงื่อนไขต่างๆ เช่น ค่าปรับถ้าย้ายออกก่อน